ผกก.สั่งเร่งล่าโจ๋ห้าว! ‘ขว้างหิน’ใส่รถกลางหาดใหญ่

สาวซวยโพสต์เตือนภัย ผู้หญิงขับรถอยู่ดีๆกลับเจอมอเตอร์ไซค์ห้าวจอดข้างทาง คว้าหินก้อนยักษ์ขว้างใส่รถ หวั่นมิจฉาชีพระบาดกลางจ.สงขลา ด้านตร.เร่งลงพื้นที่ตามล่าตัว เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ผู้สื่อข่าว รายงานว่า โลกออนไลน์ในจ.สงขลาเกิดกระแสแชร์อย่างล้นหลาม ภายหลังจากที่ผู้ใช้เฟซบุ๊ค ได้โพสต์คลิปพร้อมข้อความระบุ “เตือนภัยชาวสงขลา เมื่อคืน (23/4/61) เวลา 20.30 น. ขณะที่ขับรถกลับบ้าน ออกจากห้าแยกเกาะยอ

เข้าถนนลพบุรีราเมศวร์ ข้ามสะพานคลองวง ก่อนถึงร้านวนาวัฒน์วัสดุ มีคนร้ายพยายามขว้างก้อนหินใส่กระจกหน้ารถ” แต่โชคดีที่ก้อนหินโดนประตูฝั่งคนนั่ง และเจ้าของคลิปสามารถตั้งสติได้ ไม่หยุดรถ ขับต่อไปเรื่อยๆ และหลังจากนั้นอีกประมาณ 1 ชม. ทั้งเจ้าของคลิปและสามีได้มาดูที่เกิดเหตุอีกครั้ง จึงเจอก้อนหินอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ จากการดูกล้องหน้ารถ คาดว่าคนร้ายเป็นผู้ชาย มาจอดมอเตอร์ไซค์ลักษณะเหมือนมาดักรอก่อเหตุ นอกจากนี้ ทางเจ้าของคลิปยังระบุเพิ่มเติมอีกว่า ตอนแรกคิดว่าไปขับรถเฉี่ยวชนใครหรือเปล่า แต่ที่จำได้และประกอบกับการดูจากกล้องตลอดเส้นทางก็ขับรถไม่เร็ว ไม่ได้ปาดหรือเฉี่ยวใคร เลยอยากมาเตือนชาวสงขลาที่ขับรถเส้นทางนี้ หรือเส้นทางอื่นๆที่อันตราย ให้ระวังมอเตอร์ไซค์ที่จอดเหมือนดักรอในลักษณะนี้ 

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องดังกล่าวนั้น พ.ต.อ.พงษ์พันธ์ จันทรอาภา ผกก.สภ.คอหงส์ ได้เผยกับ “เดลินิวส์ออนไลน์” ว่า  เบื้องต้นขณะนี้ทางผู้เสียหายได้เดินทางเข้าแจ้งความเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ตนก็ได้สั่งการชุดสืบสวนลงพื้นที่เพื่อหาเบาะแสของผู้ก่อเหตุทันที โดยเมื่อดูพฤติกรรมของผู้ขว้างหิน ที่ก่อเหตุในช่วงเวลาประมาณ 20.00 น. ซึ่งบนถนนเส้นดังกล่าวก็มีผู้สัญจรอยู่มาก เมื่อขับเลยจากจุดเกิดเหตุไปไม่ไกลก็มีปั๊มน้ำมันอยู่ ประกอบกับลักษณะการขว้างก้อนหินขนาดใหญ่ใส่รถที่วิ่งด้วยความเร็ว 60-70 กม./ชม.แล้ว หากเป็นมิจฉาชีพประสงค์ต่อทรัพย์ก็อาจจะเสียหายมากกว่า จึงคาดว่าน่าจะเป็นวัยรุ่นที่เกิดความคึกคะนอง ซึ่งเหตุการณ์นี้นับว่าเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ที่ตนรับตำแหน่งผู้กำกับสภ.คอหงส์ ที่มีการขว้างหินใส่รถเช่นนี้ จึงอยากเตือนประชาชน หากพอเจอการขว้างกินใส่ อย่าหยุดรถทันทีให้ขับต่อไปหาที่ปลอดภัยพร้อมโทรแจ้งตำรวจผ่านเบอร์ 191 ที่มีเจ้าหน้าที่พร้อมบริการ 24 ชม.เพื่อความรวดเร็วของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการลงพื้นที่ทันที. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews