เพื่อไทยชี้ 4 ปีคสช.ล้มเหลว

แกนนำพรรคเพื่อไทยแถลง 4 ปีคสช.ล้มเหลวทุกด้านที่เป็นเหตุผลยึดอำนาจ ชี้ให้เจ้าหน้าที่มาสังเกตุการณ์เป็นการลิดรอนการแสดงความคิดเห็นที่รธน.คุ้มครอง ย้ำไม่ร่วมกำหนดวันเลือกตั้ง

ผู้สื่อข่าววรายงานจากที่ทำการพรรคเพื่อไทย ก่อนการแถลงข่าวเรื่อง 4 ปีที่ล้มเหลวของรัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) นำประเทศไปสู่ความมืดมนและอันตราย ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.มักกะสันมาสังเกตุการณ์พร้อมเข้าพบแกนนำพรรค โดยแจ้งว่าผู้บังคับบัญชาให้มาดูความเรียบร้อยการแถลงข่าวว่าอาจเข้าข่ายความผิดคำสั่งคสช. ที่ี 3/2558 ที่ห้ามชุมนุมเกิน 5 คน และอาจก่อให้เกิดความวุ่นวาย ปลุกปั่น ซึ่งหลังจากทราบคำชี้แจงของเจ้าหน้าที่แล้วทางแกนนำพรรคเพื่อไทยได้ลดจำนวนคนแถลงให้เหลือ 3 คน คือ นายชูศักดิ์ ศิรินิล นายจาตุรนต์ ฉายแสงและนายวัฒนา เมืองสุข

นายชูศักดิ์ กล่าวว่า หลังรัฐประหารเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 มีประกาศคสช.ฉบับที่ 1 ที่ต้องการให้สถานการณ์บ้านเมืองกลับคืนสู่ปกติโดยเร็ว จะสร้างความชอบธรรมให้กับทุกฝ่าย ปราบปรามการทุจริต และสร้างความปรองดอง แต่กลับพบว่า คสช.และรัฐบาลไม่ได้ดำเนินการตามที่ได้ประกาศไว้ แต่คสช.กลายเป็นคู่ขัดแย้งและ 4 ปีที่ผ่านมาเลื่อนการเลือกตั้งถึง 4 ครั้ง ในประกาศคสช.ยังระบุว่าจะปฎิรูปโครงสร้างทางการเมือง แต่เราได้รัฐธรรมนูญและกฎหมายที่ทำลายพรรคการเมือง โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เจ้าหน้าที่แจ้งกับแกนนำพรรคเรื่องการแถลงข่าวว่าอาจขัดคำสั่งคสช.เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน

“ส่วนการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ประชาชนยังคงลำบาก ธุรกิจขนาดกลางขนาดย่อมปิดตัวเอง จึงเห็นว่ารัฐบาลและคสช.ล้มเหลวและไม่สามารถทำตามประกาศคสช.ฉบับที่ 1 ได้ นอกจากนี้คสช.ยังล้มเหลวเรื่องการสร้างความปรองดอง การปราบปรามการทุจริต ความล้มเหลวในการสร้างประชาธิปไตย ความล้มเหลวในการปกป้องสิทธิมนุษยชน ความล้มเหลวในภาวะความเป็นผู้นำของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. เป็นการบริหารประเทศที่จะนำไปสู่ความมืดมนและอันตราย” นายชูศักดิ์ กล่าว

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า การดำเนินการของเจ้าหน้าที่วันนี้แสดงให้เห็นว่า 4 ปีคสช.ลิดรอนสิทธิการแสดงความคิดเห็นที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ ไม่เคารพสิทธิเสรีภาพประชาชน ทั้งนี้ 4 ปีที่ผ่านมาหลังจากยึดอำนาจ จะเห็นว่ามีความล้มเหลวในด้านต่าง ๆ ทั้งการสร้างความปรองดอง การปราบปรามคอรัปชั่น สร้างระบบเอื้อประโยชน์และปกป้องพวกพ้อง พร้อมเล่นงานฝ่ายตรงข้าม ความล้มเหลวการทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย สิ่งที่หัวหน้าคสช.อ้างว่าจะมาทำล้มเหลวทั้งหมด ทำลายพรรคการเมืองเพื่อให้ตัวเองได้ประโยชน์สำหรับการเลือกตั้ง

นายวัฒนา กล่าวว่า จากประกาศคสช.ฉบับที่ 1 ที่ขออำนาจประชาชนเพื่อยึดอำนาจคสช.จึงควรต้องทำเท่าที่ขออำนาจจากประชาชนไว้ งานนโยบายควรให้รัฐบาลที่มาจากประชาชนเป็นผู้ดำเนินการ นอกจากนี้ยังพบว่ารัฐบาลชุดนี้ใช้งบประมาณขาดดุลสูงสุดตั้งแต่ปี 2558 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน การอ้างว่าเศรษฐกิจเติบโต การส่งออกเติบโตทั้งที่การส่งออกไม่ได้กระทบกับประชาชน เนื่องจากเป็นการลงทุนจากต่างประเทศ และเป็นสินค้าที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนที่ปลอดภาษี ส่วนสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นประชาชนระดับล่างจะพบว่าราคาตกทุกตัว

“4 ปีที่ผ่านมายังพบว่าคสช.มีพฤติกรรมสืบทอดอำนาจ โดยเฉพาะการกำหนดให้นายทหารยศพลตรีเทียบเท่าอธิบดี ซึ่งจะทำให้นายทหารยศดังกล่าวสามารถไปสมัครเป็นหัวหน้าองค์กรอิสระ โดยเฉพาะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ได้ ซึ่งจะทำให้ในอนาคตมีแต่ทหารไปประจำในองค์กรอิสระ สะท้อนว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ ผู้ที่เป็นรัฐบาลไม่ว่าจะได้อำนาจมาโดยวิธีใดล้วนตรวจสอบได้เสมอ และหากใช้อำนาจเกินความชอบธรรม ไม่ผูกพันประชาชน เมื่อพ้นจากตำแหน่งไปก็ขึ้นศาลได้เสมอ” นายวัฒนา กล่าว

ภายหลังการแถลงข่าวนายชูศักดิ์ ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคเพื่อไทยจะไม่เข้าร่วมหารือกับรัฐบาลเรื่องการกำหนดวันเลือกตั้ง เนื่องจากเห็นว่าหน้าที่ดังกล่าวเป็นของกกต.ไม่ใช่ของรัฐบาลที่จะเชิญพรรคการเมืองหารือ เพราะรัฐบาลและคสช.มีส่วนได้เสียกับเรื่องนี้ การจะเชิญพรรคการเมืองไปหารือ ทำให้ขาดความชอบธรรม ซึ่งความจริงแล้วคสช.ควรจะออกจากการเมืองตามที่กลุ่มคนอยากเลือกตั้งเรียกร้อง.-สำนักข่าวไทย